ปั๊มน้ำกินไฟเดือนละกี่บาท คิดเองได้ด้วยการคูณเลข 3 ครั้ง พร้อมตัวอย่างปั๊มบ้านและปั๊มการเกษตร และ 6 วิธีลดค่าไฟที่ทำได้จริงโดยไม่ต้องเปลี่ยนปั๊ม โดยทีมวิศวกร Dynamach
หลายคนรู้สึกว่าค่าไฟแพงขึ้นตั้งแต่ติดปั๊มน้ำ แต่ไม่รู้ว่ามันกินไปเท่าไหร่กันแน่ เพราะบิลค่าไฟรวมทุกอย่างมาเป็นก้อนเดียว
ความจริงคือคิดเองได้ไม่ยากเลย ใช้แค่ตัวเลขสองตัวจากป้ายข้างปั๊มกับนาฬิกา แล้วคูณกันสามครั้ง บทความนี้จะพาทำทีละขั้น
รู้จักหน่วยไฟก่อน
ค่าไฟคิดเป็น “หน่วย” ซึ่งภาษาช่างเรียกว่า กิโลวัตต์-ชั่วโมง
1 หน่วย คือการใช้ไฟ 1 กิโลวัตต์ นาน 1 ชั่วโมง
พูดง่ายๆ คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟ 1 กิโลวัตต์ ถ้าเปิดทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จะเสียไฟไป 1 หน่วย
แล้ว 1 กิโลวัตต์ เท่ากับ 1,000 วัตต์ ดังนั้นถ้าปั๊มเขียนว่า 750 วัตต์ ก็คือ 0.75 กิโลวัตต์
หาตัวเลขจากป้ายข้างปั๊ม
ที่ตัวปั๊มจะมีป้ายโลหะหรือสติกเกอร์ติดอยู่ ให้มองหาคำว่า W หรือ kW หรือ HP
- ถ้าเขียนเป็น W เช่น 750W ให้หารด้วย 1,000 ได้ 0.75 กิโลวัตต์
- ถ้าเขียนเป็น kW เช่น 1.5kW ใช้เลขนั้นได้เลย
- ถ้าเขียนเป็น HP หรือแรงม้า ให้คูณด้วย 0.746 เช่น ปั๊ม 1 แรงม้า เท่ากับประมาณ 0.75 กิโลวัตต์
ตัวเลขนี้คือกำลังที่ปั๊มใช้ตอนทำงานเต็มที่ ในความเป็นจริงบางช่วงอาจกินน้อยกว่านี้ ดังนั้นตัวเลขที่คำนวณได้จะเป็นค่าสูงสุดโดยประมาณ ใช้ดูภาพรวมได้ดี
สูตรคิดค่าไฟ คูณสามครั้งจบ
ค่าไฟต่อเดือน = กิโลวัตต์ คูณ ชั่วโมงที่เดินต่อวัน คูณ 30 วัน คูณ ค่าไฟต่อหน่วย
เรื่องค่าไฟต่อหน่วย ให้ดูจากบิลค่าไฟของบ้านตัวเองจะแม่นที่สุด โดยเอายอดเงินรวมหารด้วยจำนวนหน่วยที่ใช้ ตัวอย่างข้างล่างนี้จะสมมติไว้ที่หน่วยละ 4.50 บาท เพื่อให้เห็นภาพเฉยๆ ของจริงให้ใช้ตัวเลขจากบิลของคุณเอง
ตัวอย่างที่ 1 ปั๊มน้ำบ้าน
ปั๊มบ้านทั่วไปประมาณ 250 วัตต์ หรือ 0.25 กิโลวัตต์ ปั๊มบ้านไม่ได้เดินตลอดเวลา มันจะทำงานเฉพาะตอนเปิดน้ำ รวมแล้ววันหนึ่งอาจเดินจริงประมาณ 1 ชั่วโมง
0.25 คูณ 1 ชั่วโมง คูณ 30 วัน เท่ากับ 7.5 หน่วยต่อเดือน
7.5 คูณ 4.50 บาท เท่ากับ ประมาณ 34 บาทต่อเดือน
เห็นได้ว่าปั๊มบ้านกินไฟน้อยกว่าที่หลายคนกลัวมาก ถ้าค่าไฟบ้านคุณพุ่งขึ้นเป็นหลักร้อยหลังติดปั๊ม แปลว่ามีอะไรผิดปกติ ซึ่งจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป
ตัวอย่างที่ 2 ปั๊มสูบน้ำเข้าแปลงเกษตร
งานเกษตรตัวเลขต่างกันคนละเรื่อง เพราะปั๊มใหญ่กว่าและเดินนานกว่ามาก
สมมติปั๊ม 3 แรงม้า คูณ 0.746 ได้ประมาณ 2.24 กิโลวัตต์ เปิดวันละ 4 ชั่วโมงเพื่อรดน้ำ
2.24 คูณ 4 คูณ 30 เท่ากับ ประมาณ 269 หน่วยต่อเดือน
269 คูณ 4.50 บาท เท่ากับ ประมาณ 1,210 บาทต่อเดือน
ปีหนึ่งก็ประมาณหมื่นสี่ ซึ่งมักจะแพงกว่าราคาปั๊มทั้งตัวเสียอีก นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเลือกปั๊มให้พอดีกับงานถึงสำคัญกว่าที่คิด
ทำไมค่าไฟถึงสูงกว่าที่คำนวณ
ถ้าคิดแล้วได้เลขหนึ่ง แต่บิลจริงสูงกว่านั้นเยอะ ให้สงสัยห้าข้อนี้
1. ปั๊มเดินนานกว่าที่คิด
หลายคนประมาณชั่วโมงต่ำเกินจริง วิธีเช็คคือสังเกตว่าปั๊มติดกี่ครั้งต่อวันและติดครั้งละนานแค่ไหน บางบ้านปั๊มติดทั้งที่ไม่มีใครเปิดน้ำ นั่นแปลว่ามีปัญหา
2. มีจุดน้ำรั่วในระบบ
ข้อนี้เจอบ่อยที่สุด รั่วนิดเดียวก็ทำให้แรงดันในท่อตกเรื่อยๆ ปั๊มก็ติดขึ้นมาเติมแรงดันทั้งวันทั้งคืน
วิธีเช็คง่ายๆ คือปิดก๊อกทุกจุดในบ้านให้หมด แล้วนั่งฟังว่าปั๊มยังติดเองเป็นระยะหรือเปล่า ถ้ายังติด แปลว่ามีรั่วแน่นอน
3. ปั๊มใหญ่เกินความจำเป็น
การเลือกปั๊มที่ใหญ่เกินความจำเป็นอาจทำให้ใช้พลังงานมากกว่าที่จำเป็น และทำให้ระบบทำงานนอกช่วงประสิทธิภาพที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมักติดๆ ดับๆ ถี่กว่าปกติ ซึ่งทำให้ปั๊มสึกเร็ว
4. ท่อเล็กเกินไปหรือมีตะกรันเกาะ
ท่อเล็กเกินไปทำให้สูญเสียแรงดันในระบบมากขึ้น ส่งผลให้ปั๊มต้องทำงานที่จุดที่ไม่เหมาะสม และอาจทำให้ได้ปริมาณน้ำลดลงหรือใช้พลังงานต่อปริมาณน้ำสูงขึ้น
5. ส่งน้ำสูงหรือไกลเกินกว่าที่ปั๊มถนัด
ปั๊มแต่ละรุ่นออกแบบมาให้ทำงานดีที่สุดในช่วงหนึ่ง ถ้าใช้งานห่างจากช่วงนั้นมาก มันจะกินไฟเยอะแต่ได้น้ำน้อย อ่านเพิ่มได้ที่ แรงดันน้ำ (Head) สำคัญอย่างไร
หกวิธีลดค่าไฟปั๊มน้ำ ที่ทำได้จริง
- ไล่หารอยรั่วให้เจอ ข้อนี้ได้ผลเร็วที่สุดและมักไม่เสียเงินเลย ทำก่อนคิดเรื่องอื่นทั้งหมด
- ใช้ถังเก็บน้ำช่วย สูบน้ำเก็บไว้ในถังทีเดียว แล้วค่อยจ่ายออกจากถัง ดีกว่าให้ปั๊มติดๆ ดับๆ ทั้งวัน เพราะทุกครั้งที่มอเตอร์ออกตัวจะกินไฟกระชากมากกว่าตอนเดินปกติ
- เลือกขนาดปั๊มให้พอดี ตอนจะเปลี่ยนปั๊มใหม่ อย่าเผื่อใหญ่ไว้ก่อน ให้คำนวณจากปริมาณน้ำและระยะส่งจริง
- ล้างตะแกรงและตรวจท่อตามรอบ ท่อที่โล่งช่วยลดงานของปั๊มโดยตรง
- รดน้ำเป็นเวลา แทนการเปิดทิ้งไว้ สำหรับงานเกษตร การตั้งเวลาให้รดเป็นรอบสั้นๆ หลายรอบ มักใช้น้ำและไฟน้อยกว่าเปิดยาวรอบเดียว และพืชได้น้ำสม่ำเสมอกว่า
- ถ้าใช้ปั๊มหนักทุกวัน ลองคิดเรื่องโซลาร์เซลล์ งานที่ปั๊มเดินกลางวันเป็นหลัก เช่น รดน้ำแปลงเกษตร เข้ากันได้ดีกับพลังงานแสงอาทิตย์ อ่านเพิ่มที่ ปั๊มน้ำโซล่าเซลล์ คืออะไร
สรุป
คิดค่าไฟปั๊มน้ำใช้แค่ กิโลวัตต์ คูณ ชั่วโมงต่อวัน คูณ 30 คูณ ค่าไฟต่อหน่วย เท่านั้น ตัวเลขที่ได้จะบอกได้ทันทีว่าปั๊มของคุณกินไฟสมเหตุสมผลหรือเปล่า
ถ้าคิดแล้วพบว่าค่าไฟจริงสูงกว่าที่ควรมาก ให้เริ่มจากไล่หารอยรั่วก่อนเสมอ เพราะเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดและแก้ได้ถูกที่สุด
ถ้าเป็นงานที่ปั๊มเดินหนักทุกวันจนค่าไฟเป็นก้อนใหญ่ การให้วิศวกรช่วยดูว่าปั๊มที่ใช้อยู่เหมาะกับงานหรือไม่ มักคุ้มค่ากว่าการทนจ่ายไปเรื่อยๆ ติดต่อทีมวิศวกร Dynamach
คำถามที่พบบ่อย
ปั๊มน้ำกินไฟมากกว่าแอร์ไหม
สำหรับปั๊มบ้านทั่วไป กินไฟน้อยกว่าแอร์มาก เพราะปั๊มบ้านทำงานเป็นช่วงสั้นๆ เฉพาะตอนเปิดน้ำ ในขณะที่แอร์เดินต่อเนื่องหลายชั่วโมง แต่สำหรับปั๊มการเกษตรที่เดินวันละหลายชั่วโมง ค่าไฟอาจสูงกว่าแอร์ได้
ปั๊มที่ติดๆ ดับๆ บ่อย กินไฟมากกว่าปกติจริงไหม
จริง เพราะทุกครั้งที่มอเตอร์ออกตัวจะกินกระแสสูงกว่าตอนเดินปกติหลายเท่าในช่วงสั้นๆ ยิ่งออกตัวถี่ก็ยิ่งเปลือง และยังทำให้ชิ้นส่วนสึกเร็วกว่าที่ควรด้วย ถ้าเจออาการนี้ควรหาสาเหตุ มักเป็นรอยรั่วหรือถังแรงดันมีปัญหา
ปิดเบรกเกอร์ปั๊มตอนกลางคืน ช่วยประหยัดไหม
ช่วยได้เล็กน้อยถ้าระบบมีรอยรั่ว เพราะกันไม่ให้ปั๊มติดขึ้นมาเองตอนดึก แต่ถ้าระบบไม่รั่ว ปั๊มที่ไม่ทำงานก็แทบไม่กินไฟอยู่แล้ว ทางที่ดีกว่าคือไปแก้รอยรั่วให้จบ
ปั๊มอินเวอร์เตอร์ประหยัดไฟกว่าจริงไหม
ในงานที่ความต้องการใช้น้ำเปลี่ยนไปมาตลอด ปั๊มที่ปรับรอบได้จะประหยัดกว่าปั๊มที่เดินเต็มรอบอย่างเดียว เพราะมันลดรอบลงตามความต้องการจริงแทนที่จะเปิดปิดสลับกัน แต่ในงานที่เดินคงที่ตลอด ส่วนต่างจะน้อยลงและอาจไม่คุ้มกับราคาที่เพิ่ม
ปั๊มเก่ากินไฟมากกว่าปั๊มใหม่ไหม
โดยทั่วไปใช่ เพราะใบพัดสึกและแบริ่งฝืดขึ้นตามอายุ ทำให้ต้องใช้ไฟมากขึ้นเพื่อให้ได้น้ำเท่าเดิม ถ้าปั๊มอายุมากและค่าไฟสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ใช้งานเท่าเดิม ลองให้ช่างตรวจดูสภาพภายใน
ตัวเลขที่คำนวณได้ตรงกับความจริงแค่ไหน
ถือเป็นค่าประมาณที่ใช้ดูภาพรวมได้ดี แต่ของจริงจะต่างไปบ้างตามภาระงานจริงและประสิทธิภาพของมอเตอร์ ถ้าอยากได้ตัวเลขแม่นจริง ให้ติดมิเตอร์แยกเฉพาะวงจรปั๊ม จะเห็นชัดที่สุด
